凡的基.尔.提♡ View my profile

[SF.] I L.O.V.E BOY (1)

posted on 04 Dec 2011 09:15 by childen2shangri-la in short-fiction
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

Title: I L.O.V.E BOY
Paring: Yonghwa x Hongki
Genre: Short fiction, Based in true, Romantic
Rate: PG
Story: ©2011Gyrti
BGM: LOVE GIRL - CNBLUE  

NOTE: กูแม่งโคตรเอือมระอากับเด็กสมัยนี้ พ่องตาย(ชูนิ้วกลาง) ฟัค ฟัค ฟัค ไปตายกันให้หมด

.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

.
 
.
2009


ผมกำลังพยายามทำให้ใครคนหนึ่งรัก
เป็นเรื่องยากที่สุด ยากกว่านั้น มากกว่าถูกออกปากสั่งอย่างฉับพลับว่า

“จอง ยงฮวา!!! นายต้องกลับไปแต่งเนื้อร้องนี่ใหม่หมดทั้งอัลบัม!!!!”

เทียบกันแล้วนะ นั่นดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องง่ายๆ ที่เล็กน้อยกระจิดริด


Tell me Tell me 사랑을 말해줘 (Tell me Tell me บอกรักฉันเถอะนะ)



1.

เขาน่ารักที่สุด น่ารักที่สุด
ผมชอบเขาที่สุด รักเขาที่สุด ต้องการเขาที่สุด

อี ฮงกิ

จริงๆแล้ว— จะเรียกว่ารู้จักก็พูดได้อย่างไม่เต็มปาก
นี่เป็นเหตุการณ์ที่เล่าย้อนหลังไปนานหลายปีแล้ว
ตั้งแต่สมัยที่วงเพิ่งตั้งใหม่ๆ ตั้งแต่สมัยที่ตอนนั้น จู่ๆผมก็ถูกดึงตัวกลับมาจากญี่ปุ่นอย่างกระทันหัน

แล้วก็

กลายมาเป็น


คัง ชินวู


 
Tell me Tell me 네 사랑 전해줘 (Tell me Tell me กรุณามอบความรักของเธอมาซะดีๆ)



2.

เขาแปลกดี ตอนที่เจอครั้งแรก มองเห็นอยู่ไกลๆ
เขาเป็นดารา ตอนนั้นน่ะ แต่ผมไม่

ผมก็แค่เด็กฝึกหัดคนใหม่ ในค่าย 
แล้วก็ถูกพลักดันให้เข้ามารับบท ที่ดูจะโดดเด่นไม่น้อยเลยในงานแสดงเปิดฉากนี่

ตอนนั้นน้องๆที่เหลือ 3 คนต้องเล่นไลฟ์ต่อ พวกเขาอยู่ที่ญี่ปุ่นกัน แล้วผมก็...

โดยลำพัง

อยู่ที่เกาหลีนี่

ตอนนั้น


เขากำลังหัวเราะอยู่ กำลังเล่นกับโจลี่ เป็นชื่อสุนัข... ที่อยู่ในละครเรื่องที่ว่า

เออ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่น่ารัก น่ารักมากๆ ตัวเล็กๆ ผิวขาว ตาโต พูดเก่ง ยิ้มสวย
ผมรู้สึกชอบเขา สนใจเขาขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นก็พยายามตีสนิท


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“...กิ... ฮงกิ!!!”

เขาหลับอยู่ในรถตู้ส่วนตัว ผมเคาะกระจก พยายามปลุก
เพราะพี่ๆทีมงานทุกฝ่ายพร้อมถ่ายกันหมดแล้ว

ตอนนั้นเขาแสดงสีหน้ากลับออกมาทำนองว่า ‘นายเป็นใครเนี่ย?’

ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ... เพราะแบบนั้นไม่นานเราถึงได้สนิทกัน


ต่อมาฮงกิเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ เขาบอกว่าตอนนั้นผมพยายามเคาะกระจกรถของเขา
ยังไม่สนิทกันเลยแท้ๆ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ตอนนี้เราสนิทกัน


 
Love me Love me 내 품에 안겨줘 (Love me Love me มาอยู่ในอ้อมกอดของฉันนะ)



3.

เขาเป็นคนที่ดีนะ

ถึงจะชอบงีบหลับในเวลางานบ่อยๆ แต่ก็น่ารักดี

เขาแสดงออกแบบตรงๆ พูดอย่างตรงไปตรงมา เล่นอย่างตรงไปตรงมา หัวเราะ หรือว่ายิ้ม
ซึ่งผมชอบแบบนั้น ชอบมากกว่าที่ใครคนอื่นเป็น

ผมกำลังสงสัยตัวเองอยู่ตอนนั้น ว่านี่มันยังไงกันแน่

แต่ทุกๆอย่าง ก็เริ่มที่จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ 


อย่างไม่รีบร้อน


 
Kiss me Kiss me 너만을 사랑해 (Kiss me Kiss me ฉันรักเพียงแค่เธอเท่านั้น)



4.

ตอนนั้นผมเริ่มเขียนเพลงเองได้แล้ว


ผมคิดดูบ่อยๆ

ว่าเป็นเพราะอะไร จริงๆนะ เป็นเพราะอะไร

เพราะมุกตลก บรรยากาศรอบข้าง หรือยังไงกันแน่
ที่ทำให้เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทุกๆครั้ง

ผมยิ้มได้เสมอ หัวเราะได้กับเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย

ในสายตาผม

เวลาที่มองดูเขา

พร้อมกันนั้นก็แย้มยิ้มออกมาจนกลายเป็นเรื่อยง่ายๆ

ราวกับคนบ้า


ในทุกๆวัน แต่ละวัน ผ่านพ้นไป
แต่สำหรับเขา ไม่ว่ายังไง สวยงาม สว่างไสวอยู่อย่างนั้น

เหมือนเรื่องมหัศจรรย์


 
네가 웃을 땐 난 바보처럼 (ฉันหัวเราะราวกับคนบ้า เมื่ออยู่กับเธอ)



5.

ผมใช้เวลาตลอดแทบทั้งวัน จมดิ่งอยู่กับความคิดแปลกประหลาด
และทั้งหมด หลับตาลงหวนนึกคิด

ถึงภาพความรู้สึกที่มากพอที่จะสกัดกลั่นออกมาเป็นถ้อยคำที่สวยงามได้

หลังจากนั้นก็เขียนมันลงไป

ใส่ทำนองฟังง่ายๆ ที่ดูเบาสบาย


สว่างไสว

สวยงาม

สดใส



เป็นเพลงที่เขียนขึ้นมาเพื่อเขา

เพื่อเขาตั้งแต่แรก


 
내가 널 볼 땐 넌 마치 예쁜 인형처럼 (เมื่อฉันเห็นเธอ ก็ตกหลุมรักในความสวยงามนั้น)



6.

หลังจากนั้นจึงตระหนักได้


หัวใจผมเต้นแรงผิดปกติ

ดังกึกก้องอยู่ภายในห้วงอก

โดยเฉพาะเวลาแบบนั้น เวลาที่ได้ใกล้กัน

ผมเริ่มคิดมาก คิดมากๆ

ทบทวนไตร่ตรอง พยายามทำตัวชาญฉลาด

แต่สุดท้ายแล้วปรากฏว่าทฤษฏีทุกอย่างก็แก้ไม่หาย ช่วยอะไรไม่ได้เลย


ผมจะหวั่นไหวจริงๆ กับเขา


ผมเริ่มชอบเขา

ชอบจริงๆแล้ว

มากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ


ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วควรที่จะทำยังไงดีล่ะ?


 
가슴이 너무 두근두근 두근거려 (หัวใจของฉันเต้นแรง ตึกตัก ตึกตัก ดังกึกก้องไปหมด)



7.

วันหนึ่งในจำนวนมากมายนั่น วันนั้น...พวงเราทุกคนต่างเหนื่อยล้า

ไม่ใช่เขา หรือไม่ใช่ผม

ไม่ใช่เราทั้งคู่ แต่แม้กระทั่งคนอื่นก็ต่างพากันอ่อนระโหยโรยแรงไปหมด


ซีนที่สนามบินถูกถ่ายทำขึ้นซ้ำๆ ซ้ำๆ เหมือนไม่รู้จบ

สำหรับผมแล้ว ที่ในตอนนั้น นั่นคืองานชิ้นสำคัญเพียงอย่างเดียวที่ควรใช้เวลาทั้งหมดที่มีตั้งใจทำ


ในขณะเดียวกัน ฮงกิไม่ใช่

เขามีงานเยอะมาก ทั้งงานแสดง ดนตรี หรือวาไรตี้ต่างๆ และเพราะเป็นอย่างนั้น
อย่างว่านั่นแหละ เขาเลยกลายเป็นพวกที่หลับที่ไหนก็ได้ไปแล้วจริงๆ

เขานอนหลับ

เป็นข่าว


บนตักผม


จริงๆแล้วหลังจากนั้นมีประเด็นถกเถียงที่ฟังดูน่ารักของเหล่าแฟนคลับในหน้าอินเตอร์เนต

แต่ใจจริงๆของผม บางทีอาจจะน่ากลัวไปหน่อยที่มันไม่ได้ต่างออกไปจากการกระทำที่แสดงออกเลย


ได้อยู่อย่างนั้น


มีความสุข


ได้อยู่กับเขาทุกวัน


ผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุด


 
너 때문에 난 하루하루 행복해져 (เป็นเพราะเธอ ทุกๆวัน ฉันจึงมีความสุข)



8.

ผมคิดว่ามันคงจะแย่แน่ ถ้าพูดออกไป บอกออกไป
เพราะว่าสำหรับเขาแล้วก็คือ ผมทั่วไป

แบบเพื่อนคนหนึ่ง ก็สนิท แต่ก็เพื่อนกัน

พอเป็นแบบนั้นเลยคิดว่าบางทีการกระทำอาจจะแสดงออกได้ดีกว่าคำพูด

ซึ่งแน่นอนว่าผมทำมาตลอดอยู่แล้วนี่


มองดูเขา พูดคุย ต่อบทสนทนา แล้วหัวเราะ

เล่นกัน กอดกัน

เขาเป็นคนที่ดีมาก น่ารัก นุ่มนิ่ม
ไม่ว่าเมื่อไหร่นะ ที่ตรงนั่น ที่ข้างๆเขา เป็นที่ที่ผมอยากยืนอยู่

และมันก็คงจะดี ถ้าเขาก็คิด

หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น


 
I want you oh my love 나만 바라봐줘 (I want you oh my love ฉันอยากให้เธอต้องการฉันบ้าง)



9.

หลังจากนั้น เราอยู่ด้วยกัน
พวกเรา

ทุกคน

ผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน

สนิทสนมกันมากขึ้น และยังมากขึ้นอีก


ละครออกอากาศ ผมกลายเป็นที่รู้จัก

ก็พูดได้อย่างเต็มปากอยู่หรอก ว่าละครของเราน่ะโด่งดัง

แล้วก็...


แต่ถึงยังไง

ผมก็เป็นผม


เหมือนเดิม


แม้โลกจะเปลี่ยน


 
너만을 사랑해 세상 모두 변해도 (ฉันรักแค่เธอเท่านั้น แม้โลกจะเปลี่ยนไปยังไงก็ตาม)
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet